6 เมืองเล็กในเยอรมันที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

6 เมืองเล็กในเยอรมันที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

ประเทศเยอรมันเป็นอีกประเทศที่หลายคนอยากจะไปเยี่ยมชมความงามสักครั้ง เป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีความร่ำรวยมั่งคั่ง ยังมีเมืองน้อยใหญ่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มีปราสาทที่สวยงาม และมีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมในอดีตมีกลิ่นอายของความโรแมนติก และมีวิวทิวทัศที่สวยงามดังนั้นวันนี้จึงมาแนะนำหกเมืองเล็กในเยอรมันที่ต้องไปเยือนสักครั้งให้ได้

  1. Rothenburg ob der Tauber

เมืองเล็ก ๆ ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานและเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในความโรแมนติก บรรยากาศในเมืองนั้นเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายโดยเฉพาะถนนสายโรแมนติก ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากทีเดียว เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมันในรัฐบาวาเรีย โดยมีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเพื่อเยี่ยมชมความสวยงาม และชมทัศนียภาพบนหอคอยงาช้างที่ศาลาว่าการเมืองโรเทนบวร์ก เป็นจุดชมวิวที่ทำให้เห็นเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ได้รอบแบบ 360 องศา

  1. Dinkelsbuhl

เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่อยู่ในรัฐบาวาเรียเช่นกัน เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นของถนนโรแมนติกโรสที่มีสีสันและมีบ้านเรือนที่เป็นสไตล์คลาสสิคไม่ต่างจากเดินอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย จุดเด่นของเมืองอยู่ที่ป้อมปราการที่ยังมีซากประวัติศาสตร์หลงเหลือให้เยี่ยมชม และมีตลาดไวน์อันเลื่องชื่อที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองให้นักท่องเที่ยว ได้เข้าไปเยี่ยมชมจิบไวน์ดูบรรยากาศได้รับความเพลิดเพลินแบบสุด  ๆ

  1. 3. Bacharach

เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่สุดริมแม่น้ำ Rhine ห้อมล้อมไปด้วยกำแพงเมืองนับว่าเป็นอีกเมืองที่มีความน่ารักและสวยงามมาก อาคารบ้านเรือนยังคงสไตล์แบบโบราณเอาไว้เน้นไม้ประดับต่าง ๆ ตกแต่งรอบบ้านและมีการวางกระถางดอกไม้ เพื่อจัดบรรยากาศให้ดูโรแมนติกบ้านเรือนต่าง ๆ จึงมีความเป็นวินเทจไม่ว่าจะเดินไปในซอกมุมไหนก็เต็มไปด้วยความสวยงาม

  1. 4. Monschau

เมืองสุดโรแมนติกกลางหุบเขาอยู่ติดชายฝั่งตะวันตกของประเทศเบลเยียมโดยมีแม่น้ำไหลผ่าน สไตล์บ้านเรือนเป็นแบบที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ ให้บรรยากาศแบบโรแมนติกและเต็มไปด้วยความคลาสสิค เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างเยอรมันกับฝรั่งเศสที่มีอายุมากกว่า 300 ปี บ้านเรือนยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนก็สวยงามทุกมุม ภายในหมู่บ้านจะมีการจัดเทศกาลดนตรีกลางแจ้งเป็นประจำทุกปีด้วย

  1. 5. Bad Wimpfen

เป็นอีกเมืองที่มีความงามราวกับเทพนิยาย มีทั้งหอคอยที่มียอดปราสาทแหลมเมืองโบราณแห่งนี้นับได้ว่าเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ของเยอรมัน โอ้ยในอดีตเคยมีพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ นับว่าเป็นเมืองที่มีความโรแมนติกและมีความสวยงามไม่ควรพลาดในการมาเยี่ยมชม

  1. 6. Triberg im Schwarzwald

เมืองสุดท้ายที่จะแนะนำในวันนี้เป็นเหมือนเล็ก ๆ ที่แวดล้อมไปด้วยทุกอย่างสีเขียวขจี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้สูงใหญ่ของแบล็คฟอเรสต์ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติมักจะเดินทางมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้กันเป็นประจำ เพราะว่ามีเส้นทางเดินป่าและมี Triberg Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในเยอรมันด้วย

สรุป

ทั้งหกเมืองในเยอรมันที่นำเสนอในวันนี้ล้วนแต่เป็นเมืองที่น่าไปเยี่ยมชมมากทีเดียว ลองจัดทริปแพลนการเดินทางเอาไว้ล่วงหน้า สามารถเที่ยวได้เมื่อไหร่จะได้พร้อมเก็บกระเป๋าออกเดินทางกันได้เลย

 

บทความก่อนหน้านี้หมู่บ้านจิ้งจอก มิยะงิสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว สุนัขจิ้งจอก ถึงแม้ว่าจะเป็นสัตว์ตามธรรมชาติที่ยากจะเอามาเลี้ยงดู แต่บางครั้งหลายคนก็อยากจะเห็นความน่ารักแบบใกล้ชิด และแน่นอนว่าก็จะต้องมีสถานที่เที่ยวให้เราได้พบปะกับเจ้าสุนัขจิ้งจอกสุดน่ารักกันอยู่แล้ว แต่!!!ถ้าเป็นในประเทศไทยอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายเลย แต่จริงๆแล้วก็มีหนึ่งในสถานที่ที่สามารถจะไปได้ แล้วบอกเลยว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้อยู่ไกลกันเลยแม้แต่น้อย หากว่าคนรักจิ้งจอกอยากจะรู้แล้วแล้วก็มาดูกันเลย ที่นี่อาจจะทำให้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน…. สถานที่เพื่อชมจิ้งจอก คือที่ไหน? Zao Fox Village หรือ หมู่บ้านจิ้งจอกที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คจากประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ๆมีชื่อเสียงมากทีเดียว ที่เวลาใครไป ก็ต้องไปเยี่ยมเยียนกันสักครั้ง จริงๆแล้วหมู่บ้านนี้อยู่บริเวณเชิงเขาที่มีชื่อว่า Zao เพราะฉะนั้นจึงมีการตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อภูเขาแห่งนี้ แต่จริงๆแล้วการเริ่มต้นเป็นหมู่บ้านที่อยู่อาศัยร่วมกันกับจิ้งจอกก็มีเหตุผลด้วยเช่นกัน ก็คือ ในความเชื่อของประเทศญี่ปุ่นนั้นรวมไปถึงวัฒนธรรมมองว่าจิ้งจอกถือว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และในอดีตก็ยังได้รับการสักการะตามความเชื่อ นั่นยิ่งทำให้ชาวบ้านให้ความสนใจและความสำคัญมากขึ้น จมในปี 1990 เป็นปีที่ทางหมู่บ้านเลือกที่จะเปิดเป็นสวนสัตว์เพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยวที่มาจากทั้งในประเทศและนอกประเทศ ได้เข้ามาทำความรู้จักและใกล้ชิดกับสุนัขจิ้งจอกได้มากขึ้น โดยสำหรับสวนสัตว์แห่งนี้จะมีจิ้งจอกรวมกันอยู่ถึง 6 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นก็จะมีความน่ารักและรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้สำหรับทางสวนสัตว์นอกจากจะเปิดให้เข้าชมแล้ว ยังสามารถที่จะให้อาหารในจุดที่กำหนดไว้ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วก็สร้างกิจกรรมให้กับผู้ที่มาเข้าชมได้มากขึ้น แต่ไม่ได้มีเพียงแค่สุนัขจิ้งจอกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พอเพียงอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นทางกระต่าย ลูกแพะ เพื่อที่จะให้ผู้เข้าชมนั้นได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศได้มากขึ้น จะบอกเลยว่าถ้าเป็นช่วงฤดูที่ได้รับความนิยมและคนส่วนใหญ่นั้นสนใจในการที่จะเดินทางไป ก็มาในช่วงหนาว ขอเป็นช่วงที่มีหิมะตกและเรียกบรรยากาศได้ดีทีเดียว และนับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ในการที่จะเลือกเป็นที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวหรือคู่รัก ยิ่งถ้าหากว่าเป็นครอบครัวที่มีเด็กก็หมือนกับว่าเป็นทางเลือกชั้นเยี่ยมเวลาพาเด็กไปเรียนรู้ และที่จังหวัดมิยะงิ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมให้เราไปเยี่ยมเยีนอีกมาก เพราะฉะนั้นก็ควรจะต้องมีการวางแผนในการเดินทางไปเพื่อการท่องเที่ยวให้ดี
บทความถัดไปทริปรถรางในฝันชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิดที่เกลเมอร์บาห์น สวิสเซอร์แลนด์

Related Stories

Popular Categories